ทำไม “คนสูงอายุ” จึงไม่เคยรู้สึกคันภายหลังจากถูก “ยุงกัด”?

ในฤดูร้อนของญี่ปุ่น ถ้าไปนั่งตามใต้ต้นไม้ที่สวนสาธารณะก็ชอบมียุงมากัดได้ง่าย แต่สิ่งที่น่ามหัศจรรย์เป็น คนสูงอายุวัยเลยหกสิบกว่าปีจำนวนไม่ใช่น้อยนั่งอยู่ในสวนสาธารณะได้นานโดยไม่ทราบสึกคันแม้จะมียุงมากัดซ้ำๆซากๆ ชาวญี่ปุ่นเขามองเห็นในประเด็นนี้และได้ไขข้อสงสัยแล้วด้วย พวกเรามารู้จักกลไกการเกิดอาการคันจากการเช็ดกยุงกัด รวมทั้งหาคำตอบว่าเพราะเหตุไรคนสูงอายุส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้สึกคันหลังจากโดนยุงขัดขวาง ร้านพวงหรีด กลไกการเกิดอาการคันเพราะการเช็ดกยุงกัด เมื่อยุงดูดเลือดคน ยุงจะปล่อยน้ำลายซึ่งมีโปรตีนประเภทหนึ่งออกมาเพื่อเป็นการป้องกันและยังเป็นการไม่ให้เลือดแข็งทำให้สามารถดูดเลือดจากคนขึ้นมาได้ง่าย อย่างไรก็แล้วแต่ ร่างกายคนเราจะสนองตอบต่อโปรตีนในน้ำลายยุงผ่านระบบภูมิต้านทาน ซึ่งจะทำให้บริเวณที่โดนกัดเกิดการบวมแดงรวมทั้งคันขึ้นมา ถึงแม้สุดท้ายอาการบวมจะหายไปแต่อาการคันยังคงอยู่จวบจนกระทั่งภูมิต้านทานจะทำให้โปรตีนนั้นสลายไป คนต่างอายุมีการสนองตอบต่อการเช็ดกยุงกัดได้ยังไง คนเรามีการสนองตอบของภูมิต้านทานต่อโปรตีนในยุงที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงชีวิต ในเด็กอ่อน เมื่อโดนยุงกัด เด็กจะไม่ทราบสึกคันหรือมีอาการบวมแดงบริเวณรอยแผลที่โดนกัด เพราะยังไม่มีปฏิกิริยาสนองตอบทางภูมิต้านทานของร่างกาย อย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อถูกยุงกัดหลายทีเข้า ระบบภูมิต้านทานของร่างกายจะเบาๆถูกผลิตขึ้น จนถึงเมื่อไปสู่วัยอนุบาลรวมทั้งประถมศึกษา เซลล์ภูมิต้านทานของร่างกายยกตัวอย่างเช่น T เซลล์ (T cells) รวมทั้งแมคโครฟาจ (Macrophage) จะจำโปรตีนในน้ำลายยุงรวมทั้งพวกมันจะมารวมกันที่ตำแหน่งที่โดนยุงกัด ทำให้เกิดการบวมแดงขึ้น เด็กๆจะไม่ทราบสึกคันขึ้นมาในทันทีทันใดหลังจากโดนยุงกัด แต่อาการคันจะเกิดขึ้นข้างหลังโดนกัดตรงเวลาข้างหลัง 1-2 วัน เรียกปฏิกิริยาของภูมิต้านทานชนิดนี้ว่าปฏิกิริยาการหน่วงเวลา (Delayed reaction) ซึ่งเป็นระบบภูมิต้านทานหลังจากยุงกัดที่เกิดในเด็กส่วนใหญ่ อาการบวมแดงรวมทั้งคันจะหายไปในช่วงเวลาหลายวันจนกระทั่งอาทิตย์ อย่างไรก็แล้วแต่ มีข้อพึงระวังเป็น ไม่ควรให้เด็กถูกยุงกัดบ่อยครั้ง เพราะว่าอาจส่งผลให้เกิดการแพ้น้ำลายยุงรวมทั้งส่งผลให้เด็กมีอาการบวมคันรวมทั้งอักเสบที่ผิวหนังได้ อีกทั้งยังอาจก่อให้กำเนิดโรคอย่างไข้เลือดออกได้อีกด้วย เมื่อโตขึ้นมาอีกรวมทั้งถูกยุงกัด ปฏิกิริยาของภูมิต้านทานต่อน้ำลายยุงจะแปรไป โดยเมื่อถูกยุงกัดร่างกายจะสร้างอิมมูโนโกลบูลินชนิด E หรือ IgE ขึ้นมาต่อต้านโปรตีนในน้ำลายยุง เมื่อ IgE จับกับโปรตีนที่ปะปนจะทำให้เกิดการหลั่งสารฮีสตามีน (Histamine) รวมทั้งสารอื่นๆออกมาจากเซลล์ที่เรียกว่า แมสต์เซลล์ (Mast cells) ซึ่งมีตำแหน่งอยู่ที่ผิวหนัง แล้วทำให้เกิดอาการคันรวมทั้งบวมแดงขึ้นมาหลังจากโดนยุงกัดในเวลา 2-3 นาที อาการคันรวมทั้งบวมแดงจะบางเบาลงภายในช่วงระยะเวลาโดยประมาณครึ่งชั่วโมง เรียกปฏิกิริยาการตอบสนองของภูมิต้านทานต่อน้ำลายยุงชนิดนี้ว่า ปฏิกิริยาแบบรุนแรง (Immediated reaction) ทั้งนี้การตอบสนองแบบ Delayed reaction ก็จะยังเกิดขึ้นด้วย ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคน โดยเหตุนี้ยุงกัดเพียงแค่ครั้งเดียวก็ส่งผลให้เกิดอาการบวมคันขึ้นมาโดยทันทีรวมทั้งบางทีก็อาจจะคันหลังจาก 1-2 วันด้วย เมื่ออายุโดยประมาณ 50-60 ปี รวมทั้งถูกยุงกัดมานับไม่ถ้วน T เซลล์รวมทั้งแมคโครฟาจจะเบาๆคุ้นกับโปรตีนในน้ำลายยุงรวมทั้งระบบภูมิต้านทานของร่างกายเริ่มไม่ค่อยสนองตอบต่อโปรตีนในน้ำลายยุงแล้ว การตอบสนองแบบ Delayed reaction จะเบาๆหายไป ทรงไว้แต่การตอบสนองแบบ Immediated reaction ที่เมื่อถูกยุงกัดแล้วอาการบวมรวมทั้งคันที่เกิดขึ้นจะหายไปภายในช่วงระยะเวลาโดยประมาณ 30 นาที ในคนสูงอายุที่แก่กว่า 60 ปี การตอบสนองภูมิต้านทานแบบ Immediated reaction จะเบาๆหายไป แต่ร่างกายจะสร้างอิมมูโนโกลบูลินอีกชนิดขึ้นมาต่อต้านน้ำลายยุง คือ  IgG ซึ่งเป็นแอนติบอดีที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับเพื่อการจับกับน้ำลายยุงรวมทั้งลดความรุนแรงของโปรตีนในน้ำลายยุงได้เร็วกว่าปฏิกิริยาการตอบสนองของภูมิต้านทานแบบ Immediated reaction จึงทำให้คนสูงอายุไม่มีอาการบวมรวมทั้งคันจากการเช็ดกยุงกัดนั่นเอง ถึงแม้เมื่อแก่ขึ้นอาการบวมคันจากการเช็ดกยุงกัดจะลดน้อยลงจนถึงทำให้คนสูงอายุในญี่ปุ่นสามารถไปนั่งใต้ต้นไม้ในสวนสาธารณะช่วงหน้าร้อนได้อย่างไร้ตื่นตระหนก แต่สำหรับคนไทยไม่ว่าจะเป็นตอนไหนของชีวิตพวกเราก็ยังต้องระวังยุงอยู่ตลอด เพราะว่ายุงเป็นพาหะนำโรคอย่างไข้เลือดออกรวมทั้งไข้จับสั่น

6 ของกินที่ไม่ควรกิน (มากจนเกินไป) ในมื้อเย็น-ก่อนนอน เสี่ยงนอนไม่หลับ

“ของกิน” สามารถส่งผลต่อคุณภาพในการนอนพักของเราได้อย่างที่เราอาจคิดไม่ถึง และไม่ใช่กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเท่านั้นที่อาจก่อกวนการนอนของเราได้ ยังมีของกินบางจำพวกที่ส่งผลต่อการนอนของเราด้วยเช่นกัน Sanook Health มีข้อมูลจาก พญ.ลูกหญิงกานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ แพทย์ผิง ผู้ที่มีความชำนาญด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงหมอสมิติเวช สุขุมวิท ในเฟซบุ๊ก Pleasehealth Books มาฝากกัน ขายพวงหรีด 6 ของกินที่ไม่ควรกินมากเกินความจำเป็นในมื้อเย็น-ก่อนนอน เสี่ยงนอนไม่หลับ ช็อคโกแลต คนไม่ใช่น้อยลืมไปว่าช็อคโกแลตก็มีคาเฟอีน เหมือนที่อยู่ในกาแฟ และชา ถ้าเกิดกินมากเกินความจำเป็น ก็อาจจะส่งผลให้นอนไม่หลับได้เช่นเดียวกัน พริก เชื่อหรือไม่ว่า สารแคปเซซินในพริก นำมาซึ่งการทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้น อาจจะเป็นผลให้รู้สึกกระสับกระส่าย และหลับเจ็บป่วยได้ น้ำผลไม้ บางทีอาจจะสนเท่ห์ใจอยู่สักนิดว่าทำไมถึงห้ามดื่มน้ำผลไม้ในมื้อเย็น หรือก่อนนอน เป็นเพราะเหตุว่าน้ำผลไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยว อาจจะส่งผลให้คนที่มีการเสี่ยงโรคกรดไหลย้อนมีลักษณะอาการกำเริบขึ้นมาในยามค่ำคืนได้นั่นเอง ชีส เหตุผลที่ชีสอาจจะเป็นผลให้คุณนอนไม่หลับได้ เพราะเหตุว่าชีสบางประเภทมีกรดอะมิโนไทรามีนสูง นำมาซึ่งการทำให้สมองตื่นตัวนั่นเอง ถ้าเกิดอยากนอนหลับให้สบาย ควรจะปล่อยให้สมองได้บรรเทาจะดียิ่งกว่า กระเทียม หอมใหญ่ กระเทียม และหอมใหญ่ เป็นผักที่เพิ่มลมในท้อง อาจจะส่งผลให้ท้องขึ้นกระทั่งนอนไม่หลับได้ เหล้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ดื่มแล้วทำให้หลับสบายอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจกัน จำนวนมากแล้วฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะมีผลให้คุณหลับอย่างไม่มีประสิทธิภาพ นอนไม่สนิท นอนแต่ไม่เคยรู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพราะเหตุว่าที่จริงแล้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเข้าไปก่อกวนระบบวงจรการนอนตามธรรมชาติ ซึ่งนำมาซึ่งการทำให้นอนได้ไม่ดีซักเท่าไหร่จะเป็นนั่นเอง ทำยังไงถึงจะนอนได้อย่างง่ายๆในวันที่นอนไม่ค่อยหลับ หลีกเลี่ยงของกินที่ทำให้นอนไม่หลับ อาทิเช่น หลีกเลี่ยงของกินที่มีคาเฟอีน และของกินที่กล่าวถึงตามบทความข้างต้น หยุดทุกกิจกรรมก่อนนอนราว 1-2 ชั่วโมง อาทิเช่น หยุดทำงาน หยุดกิน (4-6 ชั่วโมงก่อนนอน) หยุดบริหารร่างกาย อื่นๆอีกมากมาย ถ้ามีปัญหานอนไม่หลับหลายคืน ทดลองดื่มนมอุ่นๆสักแก้วเล็กๆก่อนนอน หรืออาบน้ำแช่น้ำอุ่นสัก 10-15 นาที เพื่อร่างกายได้บรรเทา คลายเครียดที่เกิดจากการทำงาน และเรื่องส่วนบุคคลต่างๆด้วยการฟังเพลงสบายๆคลอเบาๆก่อนนอน หรือนั่งสมาธิ ถ้าเกิดล้มตัวลงนอน หัวถึงหมอน มานะข่มตาให้หลับไปแล้วกว่า 20-30 นาที แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะง่วง ไม่ต้องฝืน ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเบาๆก่อน อาทิเช่น อ่านหนังสือ ดื่มน้ำ ฟังเพลง แต่งดการเล่นมือถือ และเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆเพราะเหตุว่าแสงสีฟ้าจากจอ ทำให้สมองตื่นตัวได้ ทดลองทำกิจกรรมพวกนั้นครู่หนึ่งแล้วค่อนล้มตัวลงนอนใหม่ ถ้ามีปัญหานอนไม่หลับเรื้อรังกระทั่งกระทบกับสุขภาพเกี่ยวกับร่างกายโดยรวม และสุขภาพที่เกี่ยวข้องทางจิตอย่างเห็นได้ชัด ควรจะปรึกษาแพทย์ เพื่อพินิจการดูแลและรักษาอย่างถูกต้องถัดไป ไม่ควรซื้อยานอนกินเองโดยเด็ดขาด

ผีแดง ชน ขุนค้อน , สิงห์ ฉะ วิลล่า ประกบคู่คาราบาวคัพรอบ 3

ผลการจับสลากประกบคู่ คาราบาว คัพ ฤดูกาล 2021-22 รอบ 3 แมนฯ ยู ชน เวสต์แฮม, เชลซี ปะทะ แอสตัน วิลล่า เริ่มเเข่งขัน 20 กันยายน นี้ ผลการจับฉลากประกบคู่ ศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ ฤดูกาล 2021-22 ในรอบที่ 3 ได้ออกมาเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า คู่เอกคือ แมนฯ ยู จะได้เจอกับ เวสต์แฮม รวมถึง เชลซี ที่ได้เปิดบ้านเจอ แอสตัน วิลล่า ด้าน แมนฯ ซิตี้ แชมป์เก่าเจองานไม่หนักในรอบนี้เพราะดวลกับ วีคอมบ์ สโมสรจากลีก วัน ส่วนผลการประกบคู่รอบ 3 คูอื่นๆ มีดังนี้ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส พบ เอฟเวอร์ตัน เปรสตัน พบ เชลท์แน่ม ทาว์น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด […]

ผมเสียใจ! “เปาลีกรองเดนมาร์ก” ถึงกับทรุดเมื่อรู้ว่าตัวเองตัดสินผิดพลาด

ผู้ตัดสินลีกรองเดนมาร์ก ถึงกับทรุด ข้างหลังตัดสินใจเป่าฟาวล์ผิดพลาด แทนที่จะให้เป็นลูกเหนือกว่า นำมาซึ่งการทำให้กลุ่มฝ่ายรุกชวดได้ประตู ธรรมดาแล้ว สำหรับเพื่อการถ่ายทอดสดฟุตบอล เราชอบเห็นภาพที่นักเตะกระจายเสียงไม่พอใจการวินิจฉัยของผู้ตัดสินอยู่บ่อย แต่โดยมากแล้ว ผู้ตัดสินก็ชอบไว้ท่าทีเคร่งขรึมสำหรับในการวินิจฉัย ที่ได้พิจารณาไปแล้ว แต่ไม่ใช่สำหรับผู้ตัดสินฟุตบอลลีกเดนมาร์ก ดิวิชั่น 1 รายนี้ ที่ชื่อว่า นิลส์ เฮียร์ ที่ลงวินิจฉัยในเกมระดับลีกรอง ระหว่าง เวนด์เซสเซล เอฟเอฟ พบกับ เอฟซี เฟรเดริเซีย เพราะทันทีที่เขารู้สึกตัวว่า “พลาดแล้ว” เขาก็ได้ทรุดลงด้วยความเสียดาย ที่ไม่น่าตัดสินใจเช่นนั้น เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในครึ่งแรก นาทีที่ 28 ที่เฟรเดริเซีย ตามอยู่ 0-1 รวมทั้งในจังหวะนั้น ปรากฏว่านักเตะของกลุ่มคนหนึ่งอย่าง คริสเตียน เคิร์กเคการ์ด ถูกผู้เล่นกลุ่มเยือน (ชุดสีขาว) ทำฟาล์ว รวมทั้งผู้ตัดสินได้เป่าฟาล์ว แต่ปรากฏว่า บอลกลับลอยไปเข้าเท้าของเพื่อนพ้องร่วมกลุ่มหลุดลำพัง แปลงเป็นจังหวะเหนือกว่าไป ทันทีที่ทราบดีว่า เขาพลาดแล้วที่เป่าหยุดเกม ทั้งที่น่าจะให้เป็นจังหวะลูกเหนือกว่า เขาก็ถึงกับเอามือกุมใบหน้า พร้อมกับทรุดลง ทำเอานักฟุตบอลกลุ่มเฟรเดริเซีย ที่กำลังจะโวยวายผู้ตัดสิน ถึงกับโวยวายไม่ออก รวมทั้งช่วยลดความตึงเครียดของเรื่องราวนี้ลงได้ เรื่องราวนี้ ทำให้แฟนๆในโซเชียล ออกมาแสดงความปิติยินดีผู้ตัดสินรายนี้ ที่มีความสุจริตใจ รวมทั้งยอมรับผิด เพราะยากที่จะพบผู้ตัดสิน ที่กล้าเห็นด้วยว่าตัวเองวินิจฉัยผิดพลาด สุดท้าย เอฟซี เฟเดริเซีย สามารถตีเสมอได้ 1-1 ในนาทีที่ 37 ก่อนที่จะจบสิ้นลงด้วยสกอร์นี้ รวมทั้งข้างหลังจบเกมก็ไม่มีใจความสำคัญดราม่าอะไรเกิดขึ้น

ผมเสียใจ! “เปาลีกรองเดนมาร์ก” ถึงกับทรุดเมื่อรู้ว่าตัวเองตัดสินผิดพลาด

ผู้ตัดสินลีกรองเดนมาร์ก ถึงกับทรุด หลังตัดสินใจเป่าฟาวล์บกพร่อง แทนที่จะให้เป็นลูกเป็นต่อ ทำให้ทีมฝ่ายรุกชวดได้ประตู ปกติแล้ว สำหรับการถ่ายทอดสดบอล พวกเรามักจะเห็นภาพที่นักฟุตบอลกระจายเสียงไม่สบอารมณ์การตัดสินของผู้ตัดสินอยู่บ่อย แต่ส่วนมากแล้ว ผู้ตัดสินก็มักจะสงวนท่าเคร่งขรึมในการตัดสิน ที่ได้ชี้ขาดไปแล้ว แต่ไม่ใช่สำหรับผู้ตัดสินบอลลีกเดนมาร์ก ดิวิชั่น 1 รายนี้ ที่ชื่อว่า นิลส์ เฮียร์ ที่ลงตัดสินในเกมระดับลีกรอง ระหว่าง เวนด์เซสเซล เอฟเอฟ พบกับ เอฟซี เฟรเดริเซีย เนื่องจากว่าเมื่อเขารู้ตัวว่า “พลาดแล้ว” เขาก็ได้ทรุดตัวลงด้วยความเสียดาย ที่ไม่น่าตัดสินใจเช่นนั้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในครึ่งแรก นาทีที่ 28 ที่เฟรเดริเซีย ตามอยู่ 0-1 และในจังหวะนั้น ปรากฏว่านักเตะของทีมคนหนึ่งอย่าง คริสเตียน เคิร์กเคการ์ด ถูกผู้เล่นทีมเยือน (ชุดสีขาว) ทำฟาล์ว และผู้ตัดสินได้เป่าฟาล์ว แต่ปรากฏว่า บอลกลับลอยไปเข้าเท้าของสหายร่วมทีมหลุดลำพัง กลายเป็นจังหวะเป็นต่อไป เมื่อรู้ว่า เขาพลาดแล้วที่เป่าหยุดเกม ในขณะที่ควรจะให้เป็นจังหวะลูกเป็นต่อ เขาก็ถึงกับเอามือจับบริเวณใบหน้า พร้อมกับทรุดลง ทำเอานักฟุตบอลทีมเฟรเดริเซีย ที่กำลังจะโวยผู้ตัดสิน ถึงกับโวยไม่ออก และช่วยลดความเครียดของเหตุการณ์นี้ลงได้ เหตุการณ์นี้ ทำให้แฟนคลับในโซเชียล ออกมาแสดงความรู้สึกชื่นชมผู้ตัดสินรายนี้ ที่มีความจริงใจ และรับผิด เนื่องจากว่ายากที่จะพบผู้ตัดสิน ที่กล้าสารภาพว่าตนเองตัดสินบกพร่อง ตอนท้าย เอฟซี เฟเดริเซีย สามารถตีเสมอได้ 1-1 ในนาทีที่ 37 ก่อนจะจบสิ้นลงด้วยสกอร์นี้ และหลังจบเกมก็ไม่มีหัวข้อดราม่าอะไรเกิดขึ้น