ดูด้ากดเบิ้ล! วัวโลญจน์ ทำได้บุกคว่ำ เอาก์สบวร์ก 3-2 ลุ้นหนีตกชั้น

การแข่งขันชิงชัยฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมนี คู่ระหว่าง เอาก์สบวร์ก เปิดบ้านพบกับ โคโลญจน์ ที่สนามเวเวคาร์ อารีน่า เมื่อคืนนี้วันศุกร์ที่ 23 ม.ย. ก่อนหน้านี้ เปิดเกมมาแค่ 9 นาที โคโลญจน์ มาได้ประตูออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ เอลเยส ชักห์รี วางบอลยาวให้ ออนเดรย์ ดูด้า เบี่ยงตัววอลเลย์แบบไม่ต้องจับตูมเดียวหน้าจุดโทษตุงตาข่ายสุดสวย นาทีที่ 19 โคโลญจน์ ทีมเยือนแทบได้อีกคราว ออนเดรย์ ดูด้า สับไกหน้าจุดโทษบอลพุ่งตรงตัว ราฟาล กีคีวิชซ์ นายด่านเจ้าบ้านล้มตัวรับได้อย่างง่ายดาย นาทีที่ 23 “แพะบ้า” ยังครองเกมบุกตลอด ยานเนส ฮอร์น เปิดบอลเข้าจุดโทษ มาริอุส โอ้อวดล์ฟ วิ่งข้ามหลอกบอลเลยไปถึง โฟลเรียน ไคน์ซ ยิงเสียบเสาแรกเข้าไป โคโลญจน์ หนีเป็น 2-0 นาทีที่ 33 ทีมเยือนลุยอีก มาริอุส โอ้อวดล์ฟ ได้บอลในจุดโทษก่อนไหลย้อนให้ ออนเดรย์ ดูด้า กดด้วยขวาเสียบสามเหลี่ยมเข้าไป โคโลญจน์ ทิ้งห่าง 3-0 พร้อมหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลังนาทีที่ 54 เจ้าบ้านมาได้ลูกเตะมุม ดาเนียล ติดอยู่ลิจิวปรี่ เปิดไปในจุดโทษบอลเด้งมาเข้าทาง เฟรดริค เยนสังเวย ยิงไปประจำตัว ทิโม ฮอร์น ก่อนเลยไปถึง โรเบิร์ต จับนี่ ซ้ำตุงตาข่าย เอาก์สบวร์ก ไล่มาเป็น 1-3 นาทีที่ 72 เอาก์สบวร์ก ไล่มาเป็น 2-3 จากจังหวะที่ ลาหรูหรา เปิดบอลเข้าจุดโทษไปที่เสาสองให้ รีซ อ็อกซ์ฟอร์ด กระแทกห้อยข้ามตัว ทิโม ฮอร์น เสียบใต้คานเข้าไป จบเกม โคโลญจน์ บุกเอาชนะ เอาก์สบวร์ก 3-2 เก็บสามแต้มสำคัญ ทำให้ “แพะบ้า” ยังมีลุ้นอยู่รอดข้างหลังขยับอันดับขึ้นมาอยู่ที่ 16 ของตาราง โดยมีแต้มเหนือกว่า แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 3 คะแนน แม้กระนั้นแข่งมากกว่าอยู่ 3 นัดหมาย รายนามผู้เล่นของทั้งคู่ทีม เอาก์สบวร์ก (4-4-2): ราฟาล กีคีวิชซ์, ราฟาเอล ฟรามกางร์เกอร์, เจฟเฟร่ย์ ฉันเวเลฟ, รีซ อ็อกซ์ฟอร์ด, ลาหรูหรา, ดาเนียล ติดอยู่ลิจิวปรี่, โทเบียส ชโตรเบิ้ล, คาร์ลอส กรูเอโซ่, รูเบน วาร์กาส, อันเดร ฮาห์น, อัลเฟร็ด ฟินน์โบกาสันน์ โคโลญจน์ (4-1-4-1): ทิโม ฮอร์น, เบนโน่ ชมิทซ์, เซบาเตียน บอร์เนาว์, ราฟาเอล ชิชอส, ยานเนส ฮอร์น, เอลเยส ชักห์รี, มาริอุส โอ้อวดล์ฟ, โยนาส เฮคเตอร์, ออนเดรย์ ดูด้า, โฟลเรียน ไคน์ซ, เซบาสเตียน อันเดอร์สสัน

ชวดคุมกลุ่มลุยยูโร! “กิ๊กส์” มีเซ็ง เวลส์ ประกาศตั้ง “เพจ” ขึ้นคุมกลุ่มแทน

“ปีกพ่อมด” ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชาติเวลส์ ถูก สัมพันธ์ฟุตบอล​เวลส์ (เอฟเอดับเบิลยู) สั่งพักงานแบบไม่มีกำหนดหลังโดนตั้งข้อหาหนักจากคดีทำร้ายร่างกายอดีตแฟนสาวถึงกับขนาดจำเป็นต้องไปสู้คดีบนชั้นศาล โดย ตำนานหน้าแข้งของ “ปีศาจร้ายแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จัดแจงเดินหน้าสู้คดีในชั้นศาล หลังถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย เคท กรีวิลล์ อดีตแฟนสาว และก็หญิงสาวอีกราย เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา ซึ่งกลายเป็นคดีความถึงกับขนาดที่ตำรวจเกรทเตอร์ แมนเชสเตอร์ ได้ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย และก็บังคับ ทำให้ อดีตหน้าแข้งวัย 47 ปี จึงควรไปไปศาลแมนเชสเตอร์ และก็ ซัลฟอร์ด ในวันที่ 28 เมษยน นี้ ทำให้ปัจจุบัน สัมพันธ์ฟุตบอล​เวลส์ ได้ออกถ้อยแถลงแต่งตั้ง โรเบิร์ต เพจ ขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมนำทัพ “มังกรแดง” ฝ่าศึกยูโร 2020 ในตอนซัมเมอร์นี้แทนที่เจ้าตัวภายหลังที่ถูกพักงานกการคุมกลุ่มชาติเวลส์ มาตั้งแต่เมื่อปีที่ผ่านมา “สัมพันธ์ฟุตบอลเวลส์ ได้รับทราบการตัดสินใจของสำนักงานอัยการกรณีที่มีการตั้งข้อหา ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชาติ เนื่องจากการตัดสินใจนี้ทำให้ เอฟเอดับเบิลยู ขอรับรองว่า โรเบิร์ต เพจ จะรับหน้าที่ผู้จัดการทีมชาติสำหรับนำกลุ่มในศึกยูโร 2020 ตอนซัมเมอร์นี้” ยิ่งไปกว่านี้ทางสัมพันธ์ลูกหนังมังกรแดง ยังจะมีการประชุมเสริมเติมเกี่ยวกับเรื่องความเหมาะสม และก็ผลกระทบที่มีต่อสัมพันธ์ และก็กลุ่มชาติ จากความประพฤติปฏิบัติสุดฉาวของ ไรอัน กิ๊กส์ อีกครั้งก่อนจะหาข้อสรุปสำหรับประเด็นนี้

ช็อกแน่!!! “ราชสีห์-เรือ-ชุดขาว'” ส่อแววถูกเเบนหลุด UCL รอบรองฯ ในทันที

ลือหนัก! เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วก็เรอัล มาดริด มีทิศทางบางครั้งอาจจะถูกแบนจากรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ ฐานเข้าร่วมกับศึกยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก เยสเปอร์ โมลเลอร์ ประธานสโมสรบอลเดนมาร์ก ซึ่งเป็นในกระดานบริหารของสมาพันธ์ลูกหนังยุโรป เปิดเผยเขาคาดว่า เรอัล มาดริด, เชลซี แล้วก็แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะถูกแบนจากศึกยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ ในฤดูกาลนี้ ในการสัมมนาของยูฟาในวันศุกร์นี้โดยเรื่องราวดังที่กล่าวถึงแล้วต่อยอดมาจากการที่ 12 สโมสรชั้นนำของยุโรปทำการประกาศแยกตัวไปตั้ง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก เมื่อวันอาทิตย์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาส่งผลให้สมาพันธ์บอลยุโรปไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก ซึ่ง 12 สโมสรชั้นนำในยุโรป มี แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด, หงส์แดง, เชลซี, อาร์เซนอล, ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์, เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา, แอตเลติเตียนเก๋ มาดริด, ยูเวนเหม็นตุส, อินเตอร์ มิลาน แล้วก็เอซี มิลาน สร้างความตกตะลึงให้กับแวดวงลูกหนังยุโรป หลังประกาศตั้งขึ้นศึกยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีกเยสเปอร์ โมลเลอร์ เปิดเผยกับ รอยเตอร์ ว่า ”มีโอกาสเป็นได้ที่สโมสรเหล่านี้ต้องไป แล้วก็ผมคาดว่าจะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้ แล้วพวกเราต้องหาทางออกในการจบ แชมเปี้ยนส์ ลีก เเละต้องมีการขอคำแนะนำรอบพิเศษในวันศุกร์นี้ ผมคาดหมายว่าทั้ง 12 ทีมจะโดนเขี่ยทิ้ง” ถ้าเป็นแบบนั้นจะส่งผลให้ กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ครอบครองแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปทันที ส่วนในกรณีของ ยูโรปา ลีก จะเหลือเพียงแค่ โรม่า แล้วก็ บียาร์เรอัล เพราะเหตุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล จะโดนตัดสิทธิ์เพราะเหตุว่าสองทีมหลังเข้าร่วมกับ ซูเปอร์ ลีก

ตามคาด! “อิบรา” ต่อสัญญาใหม่ มิลาน อีก 1 ปี

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ต่อสัญญากับ เอซี มิลาน อีกหนึ่งปีเป็นที่เรียบร้อย อันจะทำให้เจ้าตัวค้าแข้งจนถึงอายุ 40 ปี เอซี มิลาน ได้แถลงยืนยันการต่อสัญญากับศูนย์หน้าตัวเก๋าอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ถัดไปอีก 1 ปี ศูนย์หน้าวัย 39 ปี ย้ายมาร่วมทัพ “คอยสโซเนรี่” เป็นครั้งลำดับที่สองเมื่อต้นปีที่แล้ว ก่อนจะโชว์ฟอร์ตามมาตราฐานเดิมด้วยแนวทางการทำไปถึง 17 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่นให้กลุ่ม 25 นัดในทุกรายการซีซั่นนี้ โดยคำสัญญาใหม่นี้จะทำให้เขาอยู่ค้าแข้งในถิ่นซาน สิโร่ ไปจนถึง เดือนมิถุนายน ปี 2022 แม้เจ้าตัวจะอายุครบ 40 ปี ในเดือนตุลาคม นี้ก็ตาม ซลาตัน เคยฝากผลงานกับ มิลาน มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อช่วงปี 2010-2012 โดยทำไป 56 ประตูจากการลงเล่น 85 นัดในช่วงเวลานั้น อีกทั้งยังพาทีมครองแชมป์ เซเรีย อา ครั้งท้ายสุดในซีซั่น 2010/11